กระเจี๊ยบแดง

ชื่อสมุนไพร

กระเจี๊ยบแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์

Hibiscus sabdariffa L.

ข้อบ่งใช้บนหลักฐานเชิงประจักษ์ในคน

  • ดอกกระเจี๊ยบแห้ง 100 กรัม ประกอบด้วย โปรตีน (1.9 กรัม) ไขมัน 0.1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 12.3 กรัม ใยอาหาร 2.3 กรัม และวิตามินซี 14 มก.
  • ใช้กลีบสีแดง (ใบประดับและกลีบเลี้ยง) ตากแห้ง บดเป็นผง 1 ช้อนชา ชงน้ำเดือด 1 ถ้วย ดื่มวันละ 3 ครั้ง นาน 7 วัน หรือจนกว่าอาการขัดเบาจะหาย

          *ข้อมูลจากการใช้สมุนไพรพื้นบ้าน, แนะนำให้ใช้ในระยะสั้น

  • งานวิจัย 7 การศึกษาในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง, เมแทบอลิกซินโดรม หรือคนสุขภาพดี จำนวน 362 คน ดื่มชาชงกระเจี๊ยบแดง ขนาด 100-1,350 มก.ต่อวัน เป็นเวลา 1-3 เดือน พบว่า
    • มีผลลดความดันโลหิตได้ประมาณ 4 มิลลิเมตรปรอท และ ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ประมาณ 4 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
    • ไม่มีผลลดระดับไขมันในเลือด

          *ปานกลาง, อาจใช้เสริมสำหรับลดความดันโลหิตหรือลดระดับน้ำตาลในเลือด

  • ห้ามใช้ทดแทนยาลดความดันโลหิตสูงหรือยารักษาเบาหวานที่แพทย์ให้ใช้
  • งานวิจัย 26 การศึกษา ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวาน ผู้ที่มีภาวะเมแทบอลิก ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ หรือสุขภาพดี จำนวน 1,797 คน ได้รับกระเจี๊ยบรูปแบบชาชงหรือสารสกัด ขนาด 0.03 - 10.5 กรัมต่อวัน (มี anthocyanins 3-250 มก.ต่อวัน) พบว่า
    • ชาชงกระเจี๊ยบ 1 กรัม ลดความดัน SBP 6 มิลลิเมตรปรอท และลด DBP 1  มิลลิเมตรปรอท
    • *ปานกลาง, อาจใช้เสริมสำหรับลดความดันโลหิตร่วมกับยาที่แพทย์ให้ใช้
    • ลดคอเลสเตอรอล 10 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ลดไตรกรีเซอไรด์ 7 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ลดไขมันไม่ดี (LDL) 4 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ลดไขมันดี (HDL) 0.3 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
    • *ต่ำ, ยังไม่แนะนำให้ใช้
  • งานวิจัยในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ระยะที่ 1-2 จำนวน 72 คน รับประทานสารสกัดกระเจี๊ยบ ขนาด 350 มก. ทุก 12 ชม. ร่วมกับยา valsartan ขนาด 40 มก. ทุก 12 ชม. เป็นเวลา 3 เดือน พบว่า ไม่มีผลลดค่าการทำงานของไต (eGFR) และโปรตีนในปัสสาวะ

          *ต่ำ, ไม่แนะนำให้ใช้

 

Copyright © 2020 by M.Tangkiatkumjai